Saturday, December 19, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 14

วันนี้ (19 ธันวาคม 2558) มีนัดปรับเครื่องมือ ครั้งนี้ เป็นยางสีฟ้า เบอร์ 27

2 ครั้งที่แล้วเป็นเชนเฉพาะฟันล่าง

ครั้งนี้ ทั้งบน-ล่างเลยค่ะ แต่ไม่ได้ปรับลวด ใช้ลวดเดิม

ความรู้สึกตอนนี้คือ ปวดตึงฟันหน้าบน ด้านซ้ายมือมาก เคี้ยวอาหารไป ฟันก็กระแทกกัน ยิ่งปวด แต่ทนได้ 

คุณหมอทักว่า ฟันเข้าที่แล้วนะ ดีมาก ;) 


เอาเป็นว่าไปดูภาพกันดีกว่านะ .. 


Saturday, November 21, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 13

วันนี้ (21 พฤศจิกายน 2558) เปลี่ยนยางสีฟ้า เบอร์ 18  คุณหมอตะไบฟันเขี้ยวซ้ายบนล่าง เพราะมันกระทบกันอยู่ เป็นการตะไบออกครั้งที่ 2 แล้ว   ครั้งนี้ฟันล่างถูกดึงยาง โยงตั้งแต่ฟันกรามล่างซี่ในสุดซ้ายไปซี่ในสุดขวาค่ะ

เปลี่ยนลวดสำหรับฟันล่างหนาขึ้นด้วย

ความรู้สึกตอนนี้ก็.. ปวดๆ ตึงๆ ตอนเคี้ยวอาหารนิดหน่อย แต่น้อยกว่าเดือนก่อนค่ะ

(ตามภาพ)






ถ่ายเปรียบเทียบก่อนเปลี่ยนยาง


http://youtu.be/FDpDz8PDOJg

Saturday, October 10, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 12

วันนี้ (10 ตุลาคม 2558) มีนัดปรับเครื่องมือค่ะ

คราวนี้เลือกยางสีม่วง เบอร์ 13 ค่ะ

คุณหมอเปลี่ยนลวดหนาขึ้นอีก ทั้งบนล่างเลย

จะสังเกตว่า ฟันล่าง คุณหมอเกี่ยวยางแบบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ เพราะจะทำการดึงฟันล่าง ให้มันยุบเข้าไป ริมฝีปากล่าง จะได้ดีขึ้น ไม่ยื่นๆ

ตามภาพค่ะ




รู้สึกตึงฟันค่ะ แต่ไม่มาก ถ้าเทียบกับครั้งที่แล้ว (ตอนที่ 11)

ถ้ามีอะไรคืบหน้า จะมาบอกเล่าอีกในครั้งต่อไปค่ะ ^^


Saturday, September 19, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 11


วันนี้ 19 กันยายน 2558  ภาพแรก ถ่ายไว้ก่อนขูดหินปูน+เคลือบฟลูออไรด์+อุดฟัน(ฟันแตก ซี่ฟันกรามขวาล่าง ในสุด)

คุณหมอที่จัดฟัน ถอดยางกับลวดออกก่อน ที่จะส่งให้คุณหมออีกท่านขูดหินปูนค่ะ



ส่วนภาพที่ 2 = หลังจากขูดหินปูน+เคลือบฟลูออไรด์+อุดฟันที่แตก+ปรับเครื่องมือ คราวนี้เลือกยางสีฟ้าอมเขียว เบอร์ 27 (ไม่เกี่ยวกับเลขอายุ ฮ่าๆ)  ครั้งนี้ คุณหมอขึ้นลวดหนากว่าเดิมอีกค่ะ เหมือนว่าฟันบน ลวดจะใหญ่กว่าฟันล่าง  ส่วนยางที่คุณหมอเกี่ยวไขว้กากบาท ฟันหน้าบน2ซี่  มาคราวนี้คุณหมอเกี่ยวยางปกติเหมือนกันทุกซี่ เหมือนครั้งแรกที่ติดเครื่องมือเลยค่ะ  คุณหมอบอกว่า จะตึงเลยนะ  รู้สึกตึงมากจริงๆ โดยเฉพาะพอทานข้าวมื้อแรกหลังจากปรับเครื่องมือ โหหห... ปวดตึง แบบ ฟันไม่มีแรง เหมือนตอนติดเครื่องมือครั้งแรกเลยค่ะ แต่..พอมาถึงตอนนี้ พอใจในผลลัพธ์มากเลย คุณหมอก็บอกว่า ฟันดีขึ้นมากกกก ^^ สบายใจ   (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)


Saturday, August 29, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 10

วันนี้ (29 ส.ค. 2558) ครบ 11 สัปดาห์ของการจัดฟันแล้ว เราไม่ได้คิดไปเองนะ..แต่ฟันมันดูเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้นจริงๆ หลักฐานยืนยันตามภาพเลยค่าาาา ^^


แล้วก็ขอฝากติดตาม IG: sulismile18 ด้วยนะคะ จะคอยอัพเดตภาพฟันเป็นระยะๆ  ฝากด้วยค่าาา ^^


Saturday, August 15, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 9

วันนี้ (15 ส.ค. 2558) เป็นการปรับเครื่องมือครั้งที่ 2 แล้วค่ะ ครั้งนี้เปลี่ยนยางสีน้ำเงิน เบอร์ 37 แต่พอดูที่ฟันจริงๆ ออกฟ้าเข้มมากกว่าค่ะ

http://youtu.be/FDpDz8PDOJg

ครั้งนี้คุณหมอทักว่า ฟันเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเยอะเลย  และครั้งนี้เองคุณหมอก็เปลี่ยนลวดให้หนาขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ด้วยปัญหาเหงือกร่นของเรา ที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฟัน หมอจึงต้องสไลด์ฟันด้านข้างออก ให้ฟันชิดเข้ามาอีก จะได้มองเห็นช่องว่างระหว่างฟันน้อยลง

อ่อ ลืมบอกไปว่าพอเปลี่ยนลวดหนาขึ้น คุณหมอบอกว่ามันจะตึงๆเลย ซึ่งพอทำเสร็จก็ตึงจริงๆ แต่ทนได้

ที่สำคัญ ตั้งแต่เมื่อวาน ก่อนปรับเครื่องมือ 1 วัน จนถึงวันนี้ ฟันหน้าข้างๆเขี้ยวขวาบน มันมีอาการปวดจี๊ด ตรงรากฟัน ยิ่งกว่าเสียวฟันอีก ปวดจี๊ดเป็นพักๆ ตลอดวัน แม้กระทั่งตอนกินน้ำ คุณหมอบอกว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะตรงจุดนั้น เป็นซี่ที่มันยื่นออกมามาก ซึ่งมันกำลังถูกดันเข้าไปอยู่ (สรุปคือ ทนไว้ ฮ่าๆๆ) 

เอาเป็นว่า ไปดูภาพกันดีกว่าค่ะ ว่าฟันตอนนี้มีพัฒนาการเป็นอย่างไร


ปล. ครั้งนี้ตอนคุณหมอเปลี่ยนยางให้ เรารู้สึกเจ็บน้อยลงหน่อย สงสัยเริ่มชินแล้ว..

ไว้พบกันตอนต่อไปนะคะ ;)


Sunday, July 26, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 8


วันนี้ (26 ก.ค. 2558) ผ่านการจัดฟันมา 6 สัปดาห์แล้ว  ฟันที่เคยเอียงหากัน เกเรไปมา ก็เรียงตัวตรงขึ้น ตามภาพเลยค่ะ ^^


คราวนี้พยายามถ่ายให้เห็นฟันบนและฟันล่างอย่างชัดๆ จะเห็นว่า เหลือช่องว่าง(ฟันที่ถอนไปแล้ว 4 ซี่ค่ะ) ช่องนี้จะปิดสนิทเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการดึงฟัน แอบกลัวๆ ขั้นตอนนี้อยู่ เห็นมีแต่คนบอกว่าเจ็บ  ก็ลุ้นๆ อยู่ค่ะ  .. อย่างไรก็แล้วแต่ จะคอยอัพเดตในบล็อคนี้เรื่อยๆ นะคะ จนกว่าจะจัดฟันเสร็จเรียบร้อย :)

Thursday, July 23, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 7

ผ่านมา วันที่ 4 หลังปรับเครื่องมือครั้งที่สอง  วันนี้รู้สึกปวดตึงฟันล่างทั้งแผง ฮ่าๆๆๆ แล้วที่สังเกตได้คือ ฟันล่างข้างๆฟันเขี้ยว(ในภาพคือด้านซ้ายมือ ที่ซ้อนๆกันอยู่) มันขยับเรียงดีขึ้น  ไปดูภาพกันดีกว่านะ (ลวดดูตรงขึ้นกว่ารูปบน) ^^


Sunday, July 19, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 6

มาเล่าความรู้สึกให้ฟังค่ะ หลังจากปรับเครื่องมือมาเมื่อวาน เราว่าครั้งนี้ชิลล์มากเลย ไม่รู้สึกปวดตึง ไม่มีแรงเคี้ยวแบบครั้งแรกที่ติดเครื่องมือ  (ก็ดีแล้ว ฮ่าๆ)


ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลง จะแวะมาอัพเดตเรื่อยๆ ค่ะ ;)

Saturday, July 18, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 5

วันนี้ (18 ก.ค. 2558) ครบ 5 สัปดาห์ของการติดเครื่องมือจัดฟัน  ได้เวลาปรับเครื่องมือแล้ว


ครั้งนี้เลือกยางสีฟ้า เบอร์18 ค่ะ

ความรู้สึกตอนปรับเครื่องมือ (เปลี่ยนยาง) แต่ละซี่ เหมือนฟันจะหลุดเลย ใช้เวลาเร็วมากค่ะ 5 นาทีได้

ครั้งนี้สังเกตว่า มี 2 ซี่บน ยางจะมีลักษณะไขว้ กากบาท ต่างจากซี่อื่นค่ะ

พอปรับเครื่องมือเสร็จ คุณหมอก็กรอฟันเขี้ยวซ้ายบนล่างให้สวยงามขึ้น 55 เลยดูไม่ออกว่าเคยเป็นฟันเขี้ยว เนื่องจากฟันมันเคลื่อนตัวฟันเขี้ยวสองซี่นี้จึงมาชนกัน แบบกัดฟัน มันจะกระแทกเจอกันพอดี คือแต่ก่อนสองซี่นี้มันบิ่นๆด้วยแหละ คงเพราะตอนเด็กๆ นอนกัดฟัน 

เอาเป็นว่า ไปดูภาพเปรียบเทียบกันเลยค่ะ ระหว่างวันที่ติดเครื่องมือวันแรก กับปัจจุบัน



แล้วพบกัน ในรีวิวตอนต่อไปค่ะ :)

Sunday, July 12, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 4

กลับมาอีกครั้งจ้า ตอนนี้จัดฟันครบ 4 สัปดาห์แล้ว ครั้งนี้จะเห็นพัฒนาการกันที่ฟันล่างกันบ้าง


จะเห็นจุดที่ลูกศรชี้ เดิมฟันล่างคู่หน้าสุด มันล้มไปซบไหล่ฟันข้างๆ ฮ่าๆ  แต่มาถึงตอนนี้ มันคืนตัว ตั้งตรงแล้วจ้า (ตามภาพ)



เรื่องความรู้สึกตอนนี้ ก็ตึงๆ ปวดๆ นิดหน่อย บางทีเป็นซี่ล่าง บางทีก็ซี่บนบางซี่ แล้วแต่รายวันเลย เดี๋ยวสัปดาห์ที่ 5 คุณหมอนัดปรับเครื่องมือ จะปวดตึงเหมือนวันแรกมั้ยนะ .. โปรดติดตามตอนต่อไปจ้า ^^


Saturday, July 4, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 3


กลับมาอีกครั้งด้วยความดีใจที่ฟันเคลื่อน อิอิ

คือ จริงๆ เริ่มสังเกตได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 แล้ว ตอนแปรงฟัน แบบรู้สึกว่าฟันมันเรียงๆ 

แต่พอวันนี้ ครบ 3 สัปดาห์ เลยถ่ายรูปมาเทียบดู  เฮ้ย.. ฟันมันเคลื่อนจริงๆ นะ

ให้สังเกตที่เหล็ก ที่จากเดิมหยักขึ้นลงไปตามซี่ฟัน  ตอนนี้กลายเป็นเหล็กเส้นค่อนข้างตรง


ฟันบนจะเห็นได้ชัดมากๆ

ตามภาพเลยจ้า ^_^


Tuesday, June 30, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 2

ติดเครื่องมือจัดฟันมาวันที่ 5  อาการปวดตึงก็ทุเลาลง เคี้ยวได้บ้างแล้ว  แต่ความยากของฉันคือ  คุณหมอได้ติด "ที่หนุนฟัน/ก้อนขี้หมา (Bite Block)" ให้  หน้าตาของมันจะเป็นตุ่มๆ ก้อนๆ สีฟ้า แปะบนฟันกรามล่างซ้ายขวา  ฟันบนเลยกระทบฟันล่างไม่ได้  เวลาเคี้ยวอาหารจะลำบากมาก ยิ่งแรกๆ คือไม่ชิน

คุณหมอบอกประมาณว่า เป็นส่วนหนึ่งที่จะแก้ไขการสบฟัน เหมือนว่าแต่ก่อน เราสบฟันเอียงไปนิดนึง ระหว่างฟันกรามบนล่าง

วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำ "เมนูของคนจัดฟัน"  หรือ อาหารนิ่มๆ สำหรับคนจัดฟัน  ตามที่ได้กินมาหลายวัน  นอกจาก "โจ๊ก" (ที่ไม่สามารถเคี้ยวหมูได้ไหว ในวันแรกๆ หลังติดเครื่องมือ)


อันนี้มาบอกต่อเฉพาะเมนูที่กินแล้วรู้สึกว่าโอเค ตามภาพค่ะ :)



1. แอแคลร์  ถึงจะนิ่มยังไง ก็ต้องใช้ช้อนหั่นครึ่ง จะมากินคำโตๆ คงไม่ไหวแน่ เมนูนี้กินบ่อยๆ อาจอ้วนได้ ฮ่าๆๆ จริงๆ..เราก็อ้วนอยู่นะ

2. มันบด  ในภาพเป็นมันบด KFC อันนี้นี่ นิ่มละลายในปากเลย แต่พอกินเสร็จ แอบอยากกินข้าวยำไก่แซ่บ TT แต่เคี้ยวของทอดไม่ได้ไง เดี๋ยวเหล็กหลุด

3. บานาน่า เฟรซ ครีม (คล้ายๆ เค้กโรล) 
หาซื้อได้ที่แฟมิลี่มาร์ท
คือ นิ่มมากมายยย ขอบอก ต้องลองๆ 

ใช้ช้อนหั่นอีกเช่นเคย..


4. มาม่าต้มยำน้ำข้น ใส่ไข่
เอามาม่าไปต้มให้เส้นนิ่มที่สุด  ตอกไข่ลงไป แล้วคนๆ จะได้ไข่หยุยๆ บวกกับรสชาติต้มยำน้ำข้น "แซ่บ"อย่าบอกใคร แต่เมนูนี้ เครียดตอนแปรงฟันนิดหน่อย เพราะเศษไข่มันจะติดทุกซอกฟัน ฮ่าๆๆ

5. เต้าฮวยนมสด อันนี้นี่แทบกลืนได้เลย นิ่มมากกก



6. เครื่องดื่มทุกชนิด นม น้ำมะพร้าว ใช้หลอดดูดๆไป แต่บางอย่างที่มีเนื้อผสมอยู่ เวลาใช้หลอดดูดแรงๆ แอบปวดๆ แบบฟันไม่มีแรง  เอาเป็นว่า เลือกดื่มเครื่องดื่มเชงๆ ใสๆ จะดีกว่านะคะ


หลังจากที่ผ่านมา 5 วัน ที่กินโจ๊ก + เมนูต่างๆ ที่แนะนำมานี้  รู้สึกกระหายอาหารมาก 
บวกกับว่า ผ่านมาหลายวัน ฟันเริ่มชิน พอเคี้ยวได้บ้าง วันนี้เลยจัด "ข้าวผัดปูเซเว่นฯ" ไป



เคี้ยวเท่าที่เคี้ยวได้ แล้วกลืนเลย อร่อยอะ เหมือนเกิดมาไม่เคยกินข้าวผัด  อดอยากหิวโหยกินไม่อิ่มมาหลายวัน แฮะๆ ^___^


แล้วพบกันตอนต่อไปนะคะ..



เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 1

อยู่มาจนอายุ 27 ปี  มีแต่เสียงรอบข้างคอยระงมถามว่า "ทำไมไม่จัดฟัน"  "เมื่อไหร่จะจัดฟัน"  ในใจก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่า  "แล้วฟันของฉัน มันไปเฉาะหัวพวกแกเหรอ"

เอาจริงๆ ถ้าเทียบกับบางคน ฉันว่าฟันฉันมันก็ไม่แย่นะ  คือเหยินก็จริง  แต่เชื่อว่า ถ้าบังเอิญเกิดเป็นคนสมัยก่อน รุ่นพ่อแม่  คงไม่มีปัญหาอะไร  ฟันคุดก็ไม่มี การบดเคี้ยวก็ยังดีอยู่  แต่ที่ดูฟันเหยินก็เพราะฟันมันดันขึ้นครบ 32 ซี่  ไหนใครบอกฟันแท้มันต้องมี 32 ซี่ไง  พอธรรมชาติให้มาครบ  มันก็ไม่สวยเหมือนพิมพ์นิยม

จริงๆ จัดฟัน มันก็ต้องดีอยู่แล้วอะนะ ยิ่งสำหรับคนยุคนี้ ที่ความสวยงามต้องมาก่อน

แต่มันติดที่ฉันกลัวการถอนฟันน่ะสิ..


จนเมื่อฉันค้นพบคลินิกจัดฟัน ที่เพิ่งเปิดมาปีกว่า  แถวๆ บ้าน   เลยลองไปขูดหินปูน รักษาเหงือก อุดฟัน  คือ คุณหมอที่นี่มือเบา เชี่ยวชาญ และใจดี  ที่สำคัญร้องเพลงเพราะด้วย 55555  คือ คุณหมอคงอยากผ่อนคลายความกลัวของคนไข้ เลยร้องเพลงจังหวะ easy listening เหมือนร้องคลอเบาๆ ตามเพลงที่เปิดจากใน YouTube

เท่าที่เสิร์ชหาชื่อ ทันตแพทย์ ที่ทำการรักษา ณ คลินิกนี้  มั่นใจได้เลยว่า คุณหมอแต่ละท่านมีฝีมือและความชำนาญในวิชาชีพจริงๆ  อุปกรณ์ก็ทันสมัย

คือ โดยรวมแล้วทำให้เรากล้าที่จะเปลี่ยนตัวเอง ด้วยการ "จัดฟัน"

จากการที่เคยรักษาสุขภาพช่องปากที่คลินิกนี้
ความกลัวเรื่องการถอนฟัน ที่เรากลัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรก็เบาบางลงไป  เราจึงตกลงที่จะเข้ารับการจัดฟัน

ขั้นแรก คุณหมอจะถามเราว่า ทำไมถึงอยากจัดฟัน  เราก็ตอบว่า ไม่อยากฟันเหยิน  แล้วก็จะได้ยิ้มอย่างมั่นใจ  ยิ่งตอนนี้ทำงานแล้วด้วย บุคลิกภาพก็สำคัญไม่แพ้มันสมอง

คุณหมอก็ให้เราเอ็กซเรย์ ทั้งหมด 3 ฟิล์ม
และพิมพ์ปาก

คุณหมอบอกว่า จริงๆ เรามีปัญหาขากรรไกร
ถ้าจะให้สวยเนี๊ยบจริงๆ ต้องผ่าตัดขากรรไกร

แต่เราก็ยืนยันว่าไม่ผ่าแน่ๆ  บวกกับ ต้องการแค่ฟันไม่เหยิน

หมอเลยยอมให้เราจัดฟัน โดยที่ไม่ผ่าตัดขากรรไกรร่วมด้วย

คือเคสเรา ขากรรไกรมันเบี้ยว แนวดิ่ง อะไรสักอย่างเนี่ย  ประมาณว่า หน้าเราดูเบี้ยวๆ เหมือนพื้นที่แก้มอีกข้างมากกว่า  แต่ถ้ามองผิวเผิน ไม่รู้หรอกว่าเราหน้าเบี้ยว  แต่เราก็รู้ตัวนะ ว่ามันเบี้ยวนิดนึง หน้าซ้ายขวาไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเวลา selfie กล้องหน้า จะเห็นเลย ว่าหน้าสองข้างไม่เท่ากัน


แต่หมอบอกว่า ถ้าต้องการแค่ฟันเรียงสวย หมอสามารถทำให้ได้ และจะทำสุดความสามารถ

คุณหมอก็จะประเมินค่ารักษา ว่ารักษาเสร็จสิ้น ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ไม่เกินเท่าไหร่  เคสของฉันอยู่ที่ 50,000 - 55,000 บาท รวมรีเทนเนอร์แบบใส แบ่งจ่ายเดือนละเท่าไหร่ ถ้าเรารับภาระค่าใช้จ่าย และวิธีการรักษาได้ ว่าจะรักษากับคุณหมอท่านนี้ ก็ say "yes"

เมื่อตกลงใจว่าจะจัดฟัน  คุณหมอก็ส่งเราไปเคลียร์ช่องปากกับคุณหมอท่านอื่นในคลินิกเดียวกัน   ก็มีขูดหินปูน อุดฟัน  และถอนฟันทั้งหมด 8 ซี่

- ซี่บนซ้ายขวา จะเป็นหลังฟันเขี้ยว
- ซี่ล่างซ้ายขวา จะเป็นฟันกรามน้อยซี่ที่สอง
- ฟันกรามซี่สุดท้าย 4 ซี่ (หรือบางคนเป็นฟันคุด) 

พอเคลียร์ช่องปาก ถอนฟันครั้งละ 2 ซี่  คู่บน-ล่าง  ไปจนครบ 4 คู่  สัปดาห์ละคู่ 

และแล้วก็ถึงเวลา ที่จะติดเครื่องมือจัดฟันแล้วค่ะ (ติดวันแรก 13 มิถุนายน 2558)

ตามภาพเลยจ้า ^^



** เพิ่มเติมอีกนิดนะคะ สำหรับใครที่สนใจจัดฟัน สมัยนี้มีคลินิกจัดฟันเถื่อน หรือจัดฟันแฟชั่นเยอะ ถ้าให้ชัวร์ แนะนำให้นำชื่อคุณหมอไปหาดูในเว็บนี้นะคะ
เป็นเว็บ "สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย" ค่ะ   ถ้าหาดูแล้ว ไม่มีรายชื่อในเว็บนี้  ขอบอกเลยว่า คุณโดนหลอกแล้วแหละ **

ตอนต่อไป จะมาเล่านะคะ ว่าฟันเคลื่อนเป็นยังไง หรือความรู้สึกต่างๆ เช่น เจ็บไหม ^^