Tuesday, June 30, 2015

เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 2

ติดเครื่องมือจัดฟันมาวันที่ 5  อาการปวดตึงก็ทุเลาลง เคี้ยวได้บ้างแล้ว  แต่ความยากของฉันคือ  คุณหมอได้ติด "ที่หนุนฟัน/ก้อนขี้หมา (Bite Block)" ให้  หน้าตาของมันจะเป็นตุ่มๆ ก้อนๆ สีฟ้า แปะบนฟันกรามล่างซ้ายขวา  ฟันบนเลยกระทบฟันล่างไม่ได้  เวลาเคี้ยวอาหารจะลำบากมาก ยิ่งแรกๆ คือไม่ชิน

คุณหมอบอกประมาณว่า เป็นส่วนหนึ่งที่จะแก้ไขการสบฟัน เหมือนว่าแต่ก่อน เราสบฟันเอียงไปนิดนึง ระหว่างฟันกรามบนล่าง

วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำ "เมนูของคนจัดฟัน"  หรือ อาหารนิ่มๆ สำหรับคนจัดฟัน  ตามที่ได้กินมาหลายวัน  นอกจาก "โจ๊ก" (ที่ไม่สามารถเคี้ยวหมูได้ไหว ในวันแรกๆ หลังติดเครื่องมือ)


อันนี้มาบอกต่อเฉพาะเมนูที่กินแล้วรู้สึกว่าโอเค ตามภาพค่ะ :)



1. แอแคลร์  ถึงจะนิ่มยังไง ก็ต้องใช้ช้อนหั่นครึ่ง จะมากินคำโตๆ คงไม่ไหวแน่ เมนูนี้กินบ่อยๆ อาจอ้วนได้ ฮ่าๆๆ จริงๆ..เราก็อ้วนอยู่นะ

2. มันบด  ในภาพเป็นมันบด KFC อันนี้นี่ นิ่มละลายในปากเลย แต่พอกินเสร็จ แอบอยากกินข้าวยำไก่แซ่บ TT แต่เคี้ยวของทอดไม่ได้ไง เดี๋ยวเหล็กหลุด

3. บานาน่า เฟรซ ครีม (คล้ายๆ เค้กโรล) 
หาซื้อได้ที่แฟมิลี่มาร์ท
คือ นิ่มมากมายยย ขอบอก ต้องลองๆ 

ใช้ช้อนหั่นอีกเช่นเคย..


4. มาม่าต้มยำน้ำข้น ใส่ไข่
เอามาม่าไปต้มให้เส้นนิ่มที่สุด  ตอกไข่ลงไป แล้วคนๆ จะได้ไข่หยุยๆ บวกกับรสชาติต้มยำน้ำข้น "แซ่บ"อย่าบอกใคร แต่เมนูนี้ เครียดตอนแปรงฟันนิดหน่อย เพราะเศษไข่มันจะติดทุกซอกฟัน ฮ่าๆๆ

5. เต้าฮวยนมสด อันนี้นี่แทบกลืนได้เลย นิ่มมากกก



6. เครื่องดื่มทุกชนิด นม น้ำมะพร้าว ใช้หลอดดูดๆไป แต่บางอย่างที่มีเนื้อผสมอยู่ เวลาใช้หลอดดูดแรงๆ แอบปวดๆ แบบฟันไม่มีแรง  เอาเป็นว่า เลือกดื่มเครื่องดื่มเชงๆ ใสๆ จะดีกว่านะคะ


หลังจากที่ผ่านมา 5 วัน ที่กินโจ๊ก + เมนูต่างๆ ที่แนะนำมานี้  รู้สึกกระหายอาหารมาก 
บวกกับว่า ผ่านมาหลายวัน ฟันเริ่มชิน พอเคี้ยวได้บ้าง วันนี้เลยจัด "ข้าวผัดปูเซเว่นฯ" ไป



เคี้ยวเท่าที่เคี้ยวได้ แล้วกลืนเลย อร่อยอะ เหมือนเกิดมาไม่เคยกินข้าวผัด  อดอยากหิวโหยกินไม่อิ่มมาหลายวัน แฮะๆ ^___^


แล้วพบกันตอนต่อไปนะคะ..



เพื่อ "รอยยิ้ม" ที่มั่นใจ ... smile ตอนที่ 1

อยู่มาจนอายุ 27 ปี  มีแต่เสียงรอบข้างคอยระงมถามว่า "ทำไมไม่จัดฟัน"  "เมื่อไหร่จะจัดฟัน"  ในใจก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่า  "แล้วฟันของฉัน มันไปเฉาะหัวพวกแกเหรอ"

เอาจริงๆ ถ้าเทียบกับบางคน ฉันว่าฟันฉันมันก็ไม่แย่นะ  คือเหยินก็จริง  แต่เชื่อว่า ถ้าบังเอิญเกิดเป็นคนสมัยก่อน รุ่นพ่อแม่  คงไม่มีปัญหาอะไร  ฟันคุดก็ไม่มี การบดเคี้ยวก็ยังดีอยู่  แต่ที่ดูฟันเหยินก็เพราะฟันมันดันขึ้นครบ 32 ซี่  ไหนใครบอกฟันแท้มันต้องมี 32 ซี่ไง  พอธรรมชาติให้มาครบ  มันก็ไม่สวยเหมือนพิมพ์นิยม

จริงๆ จัดฟัน มันก็ต้องดีอยู่แล้วอะนะ ยิ่งสำหรับคนยุคนี้ ที่ความสวยงามต้องมาก่อน

แต่มันติดที่ฉันกลัวการถอนฟันน่ะสิ..


จนเมื่อฉันค้นพบคลินิกจัดฟัน ที่เพิ่งเปิดมาปีกว่า  แถวๆ บ้าน   เลยลองไปขูดหินปูน รักษาเหงือก อุดฟัน  คือ คุณหมอที่นี่มือเบา เชี่ยวชาญ และใจดี  ที่สำคัญร้องเพลงเพราะด้วย 55555  คือ คุณหมอคงอยากผ่อนคลายความกลัวของคนไข้ เลยร้องเพลงจังหวะ easy listening เหมือนร้องคลอเบาๆ ตามเพลงที่เปิดจากใน YouTube

เท่าที่เสิร์ชหาชื่อ ทันตแพทย์ ที่ทำการรักษา ณ คลินิกนี้  มั่นใจได้เลยว่า คุณหมอแต่ละท่านมีฝีมือและความชำนาญในวิชาชีพจริงๆ  อุปกรณ์ก็ทันสมัย

คือ โดยรวมแล้วทำให้เรากล้าที่จะเปลี่ยนตัวเอง ด้วยการ "จัดฟัน"

จากการที่เคยรักษาสุขภาพช่องปากที่คลินิกนี้
ความกลัวเรื่องการถอนฟัน ที่เรากลัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรก็เบาบางลงไป  เราจึงตกลงที่จะเข้ารับการจัดฟัน

ขั้นแรก คุณหมอจะถามเราว่า ทำไมถึงอยากจัดฟัน  เราก็ตอบว่า ไม่อยากฟันเหยิน  แล้วก็จะได้ยิ้มอย่างมั่นใจ  ยิ่งตอนนี้ทำงานแล้วด้วย บุคลิกภาพก็สำคัญไม่แพ้มันสมอง

คุณหมอก็ให้เราเอ็กซเรย์ ทั้งหมด 3 ฟิล์ม
และพิมพ์ปาก

คุณหมอบอกว่า จริงๆ เรามีปัญหาขากรรไกร
ถ้าจะให้สวยเนี๊ยบจริงๆ ต้องผ่าตัดขากรรไกร

แต่เราก็ยืนยันว่าไม่ผ่าแน่ๆ  บวกกับ ต้องการแค่ฟันไม่เหยิน

หมอเลยยอมให้เราจัดฟัน โดยที่ไม่ผ่าตัดขากรรไกรร่วมด้วย

คือเคสเรา ขากรรไกรมันเบี้ยว แนวดิ่ง อะไรสักอย่างเนี่ย  ประมาณว่า หน้าเราดูเบี้ยวๆ เหมือนพื้นที่แก้มอีกข้างมากกว่า  แต่ถ้ามองผิวเผิน ไม่รู้หรอกว่าเราหน้าเบี้ยว  แต่เราก็รู้ตัวนะ ว่ามันเบี้ยวนิดนึง หน้าซ้ายขวาไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเวลา selfie กล้องหน้า จะเห็นเลย ว่าหน้าสองข้างไม่เท่ากัน


แต่หมอบอกว่า ถ้าต้องการแค่ฟันเรียงสวย หมอสามารถทำให้ได้ และจะทำสุดความสามารถ

คุณหมอก็จะประเมินค่ารักษา ว่ารักษาเสร็จสิ้น ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ไม่เกินเท่าไหร่  เคสของฉันอยู่ที่ 50,000 - 55,000 บาท รวมรีเทนเนอร์แบบใส แบ่งจ่ายเดือนละเท่าไหร่ ถ้าเรารับภาระค่าใช้จ่าย และวิธีการรักษาได้ ว่าจะรักษากับคุณหมอท่านนี้ ก็ say "yes"

เมื่อตกลงใจว่าจะจัดฟัน  คุณหมอก็ส่งเราไปเคลียร์ช่องปากกับคุณหมอท่านอื่นในคลินิกเดียวกัน   ก็มีขูดหินปูน อุดฟัน  และถอนฟันทั้งหมด 8 ซี่

- ซี่บนซ้ายขวา จะเป็นหลังฟันเขี้ยว
- ซี่ล่างซ้ายขวา จะเป็นฟันกรามน้อยซี่ที่สอง
- ฟันกรามซี่สุดท้าย 4 ซี่ (หรือบางคนเป็นฟันคุด) 

พอเคลียร์ช่องปาก ถอนฟันครั้งละ 2 ซี่  คู่บน-ล่าง  ไปจนครบ 4 คู่  สัปดาห์ละคู่ 

และแล้วก็ถึงเวลา ที่จะติดเครื่องมือจัดฟันแล้วค่ะ (ติดวันแรก 13 มิถุนายน 2558)

ตามภาพเลยจ้า ^^



** เพิ่มเติมอีกนิดนะคะ สำหรับใครที่สนใจจัดฟัน สมัยนี้มีคลินิกจัดฟันเถื่อน หรือจัดฟันแฟชั่นเยอะ ถ้าให้ชัวร์ แนะนำให้นำชื่อคุณหมอไปหาดูในเว็บนี้นะคะ
เป็นเว็บ "สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย" ค่ะ   ถ้าหาดูแล้ว ไม่มีรายชื่อในเว็บนี้  ขอบอกเลยว่า คุณโดนหลอกแล้วแหละ **

ตอนต่อไป จะมาเล่านะคะ ว่าฟันเคลื่อนเป็นยังไง หรือความรู้สึกต่างๆ เช่น เจ็บไหม ^^